01/07/12 - Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ (ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล/ ไทย / 2555) - 5+++/5
     ถือเป็นเรื่องที่โชคดีมากๆที่หนังเรื่องนี้กลับมาฉายให้ดูในโรงอีกครั้งที่หอภาพยนตร์เพื่อต้อนรับนิทรรศการภาพถ่าย Homeless ของผู้กำกับมะเดี่ยวหลังจากที่เราพลาดไปตอนหนังเข้าโรงอย่างน่าเสียดาย ยอมรับตามตรงว่าหลายๆส่วนอารมณ์และความรู้สึกของหนังสามารถเทียบแนบกับชีวิตเราได้เยอะแยะมากมายอันส่งผลให้น้ำตาเอ่ออยู่ในหลายๆช่วงเวลาโดยเฉพาะตอนที่สองที่ทำให้เราคิดถึงพ่อและแม่ของตัวเองมากๆเพราะมันว่าด้วยเรื่องของความ รักในแง่มุมของความตาย ฉากป้าจันคุยสนทนาลอยๆประหนึ่งคุยกับวิญญาณของสามีในช่วงต้นนั้นทำเอาน้ำตาเราไหลอย่างไม่รู้ตัว คิดถึงตัวเองตอนเสียพ่อแม่ไปใหม่ๆมากๆ

     หนังประกอบด้วยหนังสั้น 3 ตอนโดยใช้ "ความรัก" เป็นจุดร่วมหลัก มันเริ่มต้นด้วยการก่อเกิดไปสู่การคงอยู่และจบท้ายด้วยการเริ่มต้น จริงๆไม่อยากจะจำแนกหนังออกมาเป็นตอนๆเลยเพราะเรารู้สึกว่ามันเสริมช่วยกันหมด ช่วยกันทำให้แต่ละตอนมันดูสมบูรณ์อย่างที่มันเป็น จากเรื่องของคนเหงาสองคนที่มาเจอกัน เติมเต็มกันและกันแล้วก็ลาจากกันโดยทิ้งบ้างสิ่งอย่างไวในใจให้ได้จดจำ มาสู่เรื่่องการพลากจากแต่ยังคงไว้ซึ่งความรักและห้วงคำนึงแล้วจบด้วยช่วงเวลาตรงกลางระหว่างสองตอนแรก ช่วงที่ไม่มีทั้งอดีตและอนาคตเพื่อให้ผู้ชมได้ครุ่นคิดและออกจากโรงด้วยพลังในการเริ่มต้นใหม่

     ผกก. มะเดี่ยวเก่งมากในการประคองอารมณ์ เก่งในการปรับจังหวะจะโคนให้ขึ้นสุด-ลงสุดในเวลาอันเหมาะสมและเชื่อมต่อแต่ละตอนด้วยอารมณ์ที่ค่อยๆปรับจูนที่ส่งผลให้ผู้ชมไม่เหนื่อยมากเกินไปในการซึมซับดื่มด่ำไปกับตัวเรื่องและสารต่างๆของหนังได้อย่างเต็มที่ และส่วนที่ถือว่าเป็นพลังขั้นสุดของหนังคงหนีไม่พ้นการแสดงของ "เพ็ญพักตร์ ศิริกุล" การระเบิดอารมณ์ช่วงท้ายนี่แทบอยากกราบจองามๆ (อนึ่ง ถ้าไม่มีเพ็ญพักตร์ "นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา" คงได้รับตำแหน่งนั้นไปครอง เธอทำให้เราเชื่อเลยว่าไอ้คนที่มันลังเลใจตัวเองมากๆมันเป็นยังไง)
 
03/07/12 - Cosmopolis (David Cronenberg/ France, Canada, Portugal, Italy/ 2012) - 2/5
     ได้ดูหนังเรื่องนี้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งหลังจากกรำงานหนักและไม่ได้พักมาก่อนถึง 14ชม. แล้วพอมาเจอหนังที่สื่อสารด้วยบทสนทนายาวเหยียด พูดกันตลอดทั้งเรื่องที่ครอบคลุมกว้างมากๆทั้ง Politic, Capitalism, Anarchy, Democracy, Currency, Wall-street Occupied รวมไปถึง Art และ Sex ซึ่งแต่ละอย่างก็หนักๆทั้งนั้น ความฉิบหายก็เลยตามมาด้วยการสัปพงก, งงงวยและตามไม่ทันเลยตลอดทั้งเรื่องซึ่งอันนี้ก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่ไม่ได้ตามข่าวและรู้มาก่อนว่าหนังจะดำเนินไปในแนวทางไหน ยอมรับเลยว่าแทบไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ (รู้แค่ว่ามึงนั่งรถลีโม่ไปตัดผมแล้วก็เจอผู้คนอันไปเกี่ยวพันกับสิ่งต่างๆข้างต้น) คงต้องไปดูใหม่อีกรอบในสภาพร่างกายที่พร้อมมากกว่านี้ ส่วนใครจะดูแนะนำว่าให้เตรียมตัวดีๆ และหากใครคิดจะไปดูแต่พี่แพตติสันยิ่งต้องเตรียมใจดีๆ 555+
 
05/07/12 - กาม (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล/ ไทย/ 2521) - 4/5
     จากที่ช่วงนี้ได้เริ่มดูหนังไทยเก่าๆมาบ้าง เราว่าหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมเหมาะกับทำหนังเล็กๆแต่ประเด็นแรงๆแบบนี้มากจริงๆ (ที่ไม่ใช่หนังในช่วงหลังๆที่เน้นงานสร้างและพร็อพพากันด้าขนาดมหากาพย์อย่างในช่วงหลังๆ) เราชอบประเด็นหนักๆที่ว่านั้นในหนังเรื่องนี้มากๆที่มันว่าด้วยเรื่องของ สังคม, สื่อและศิลปะที่เกี่ยวพันกันทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง  ศิลปะอาจใช้รองรับสังคม สื่ออาจช่วยเสริมศิลปะนั้นในการเข้าถึงของสังคม แต่ในด้านกลับสังคมอาจเปลี่ยนหากสื่อไร้ซึ่งจรรยาและศิลปะอาจตายหรือเปลี่ยนความหมายจากการรับรู้ของสังคมได้ด้วยอำนาจของสื่อ ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังตั้งคำถามไปถึงขอบเขตของศิลปะด้วยว่า อะไรอย่างไรคือศิลปะ? ดาวโป๊หรือภาพนู๊ดเป็นศิลปะได้แค่ไหน? การรับรู้ศิลปะของสังคมนั้น สื่อมีส่วนมากน้อยแค่ไหน? ศิลปะจะสามารถเข้าถึงสังคมโดยไม่มีสื่อได้หรือไม่อย่างไร?  อันเป็นเรื่องนี้น่าตื่นเต้นมากสำหรับหนังสามสิบกว่าปีก่อน
 
11/07/12 - บ้านเช่าสาวเปลี่ยว (พงศกร ชูบัว/ ไทย/ 2553) - 0.25/5
     โอเค นี่คงเป็นหนังของพงศกรเรื่องสุดท้ายจริงๆแล้วที่เราจะดู คงต้องเว้นวรรคจากหนังของเขาไปซักระยะหนึ่งแบบยาวๆ เหตุผลคือหนังของเขาแทบทุกเรื่องมันไม่มีความแตกต่างกันเลย ใช้แค่เส้นเรื่องเพียวผิวๆแล้วใช้การเดินเรื่องแบบอืดอาดยืดยาด ใช้ภาพซ้ำๆ ซ้ำมันอยู่นั่นแหละ ใช้เพลงซ้ำๆที่ทั้งเรื่องใช้อยู่แค่เพลงสองเพลง เหมือนทำให้มันครบชั่วโมงไปงั้นๆแหละ ตัวละครก็งี่เง่ากับพฤติกรรมแสนเวิ้นเว้ออันแลเห็นได้ชัดว่าเขาคงไปได้ไม่ไกลไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับเรา มันไม่ถูกจริตเราจริงๆ ออ! จงอย่างคาดเดาใดๆกับชื่อหนังเพราะไอ้ชื่อเรื่องนี่มันเป็นคนละเรื่องกับตัวหนังเลย ฤ นี่มันคือการกลับมาของอุบัติการณ์คลาสสิคอย่าง "หนังไม่ตรงปก" 555+

     ความน่าตลกอย่างหนึ่งคือเขาน่าจะเป็น ผกก ที่ทำหนังเยอะมากที่สุดแล้วมั๊ง เรียกได้ว่าเป็นหัวหอกของหนังอาร์ไทยในช่วงเวลาขาขึ้นนี้ได้เลยก็ได้ (ซึ่งจริงๆก็พอเข้าใจได้หากมองว่าหนังแนวนี้มันถูกสร้างมาเพื่อรับใช้สิ่ง ใด) เอาเป็นว่าช่วงนี้เราขอไปตื้นเต้นกับ ผกก หน้าใหม่ๆที่เข้ามาสร้างสีสรรให้กับวงการนี้ก่อนดีกว่า (แอบดูรักซิกแซก 2 ไปตอนละและมีแววว่าน่าจะกลายเป็น Guilty Pleasure ของปีอีกเรื่องแน่ๆ)
 
14/07/12 - หมาแก่อันตราย (ยุทธเลิศ สิปปภาค/ ไทย/ 2554) - 4/5
    นับเป็นการกลับมาท๊อปฟอร์มอีกครั้งของผู้กำกับยุทธเลิศที่เป๋ไปกับหนังหลายๆเรื่องก่อนหน้านี้ เราว่ามันดีกว่าหนังภาคก่อนหน้าอย่างมือปืนดาวพระเสาร์เสียอีกเพราะเหมือนยุทธเลิศสามารถควบคุมทุกอย่างในหนังได้อยู่มือทั้งนักแสดง, ตัวบทและการนำพาหนังให้เดินหน้าไป ดังนั้นเราจึงจะไม่ได้เห็นเทพ โพธิ์งานตลกเกินความจำเป็นเหมือนในหนังหลายๆเรื่องของเขาและแน่นอนหนังก็คงยังไม่พ้นเรื่องประเด็นการเมืองเหมือนหนังภาคก่อนหน้าและแม้เราจะไม่ได้ชอบในทัศนคติบางอย่างของหนังแต่ก็ยอมรับว่าหนังสามารถตีแผ่แนวความคิดทางการเมืองหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยสมัยใหม่ได้น่าคิดดี ข้อเสียอย่างเดียวของหนังที่เห็นได้ชัดคือการชอบมาเบรคอารมณ์ผู้ชมด้วยตลกบ้าบอที่ไม่ได้นำพาหนังและประเด็นของมันไปไหนเลยอันกลายเป็นตัวที่ทำเอาเสียอารมณ์มากทีเดียว (แต่มุก Pulp Fiction นี่กูยอมนะ)
 
15/07/12 - กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ (บัณฑิต ฤทธิ์ถกล/ ไทย/ 2538) - 5/5
    เคยดูตอนเด็กๆแบบไม่เต็มเรื่อง โชคดีที่หอภาพยนตร์เอามาฉายให้ดูแล้วก็พบว่าหนังมันดีมากจริงๆ หนังมันแสดงถึงปัญหาของโลกสมัยใหม่อย่างซื่อตรงและบริสุทธิ์ แสดงถึงภาวะปัญหาของชนชั้นกลางในเมืองใหญ่ในยุคสมัยที่ทุกอย่างยังเปิดเสรีและไม่ได้เคร่งครัดเหมือนปัจจุบัน ปัญหาเล็กๆที่ค่อยๆสะท้อนไปเป็นปัญหาระดับที่ใหญ่ขึ้น ความแตกต่างระหว่างชนชั้น รวมไปถึงโชคชะตาที่เล่นตลกกับชีวิตด้วยธีมหลักแห่งความรักและครอบครัว ใช่! มันเป็นหนังที่มองในแง่งาม แต่เป็นก็ความงามอันบริสุทธิ์ที่เราพร้อมศิโรราบโดยดุษฏี คือมันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรแต่มันเล็กพอดีกับสิ่งที่เราเชื่อและต้องการพอดิบพอดี อนึ่งนักแสดงในหนังเรื่องนี้เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆ ดูแล้วคิดถึงอาบัณฑิตชะมัด!
 
15/07/12 - Lan Kwai Fong (Wilson Chin/ HK/ 2011) - 1.5/5
    นอกจากหนุ่มหล่อสาวสวยหุ่นดีโครตๆแล้ว สิ่งที่เหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ใส่ใจมากนัก มันก็แค่หนังวัยรุ่นมั่วสะบัดที่แต่ละคนดูดีมีชาติตระกูลเหลือเกิน แต่กลับเสือกมาเกิดนิมิตแห่งความดีและรักแท้ในช่วงท้าย อืมมม ถ้าจะดูก็ดูเอาแค่สาวฮ่องกงที่โก้จริงๆก็พอ นอกนั้นก็ลืมๆมันไปซะ

     ปล. ไปฮ่องกงกี่ทีก็เคยแค่ผ่านๆไอ้ถนนสายนี้ ไม่เคยได้เที่ยวจริงๆจังๆเสียทีเพราะพอทราบมาว่าราคาฉูฉี่พอดู เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสไปอีกจะไปลองดูซิว่าสาวฮ่องกงจะโก้อย่างว่าหรือเปล่า หุหุ :P
 
 
16/07/12 - Let The Bullets Fly (Wen Jiang/ China, HK/ 2010) - 5++++/5
    สนุกมาก ฟินมาก พีคสุดตรีนนนนนน คือเราแทบไม่เคยได้ดูหนังจีนหรือฮ่องกงที่สนุกมากแบบนี้มานานแล้ว มันกลมกล่อมและครบรสดีอันมาพร้อมกับความคมคายต่างๆมากมายในคราบจางๆของความเป็นหนังตลกอีกที สำหรับเราๆมองหนังเป็นสามช่วง ช่วงแรกของมันเต็มไปด้วยบริบทการเมืองต่างๆนาๆ การฉ้อฉล ความยุติธรรม อำนาจมืดเยอะแยะไปหมดซึ่งทั้งหมดจะพีคขั้นสุดเมื่อนำมาเทียบเคียงกับกา เมืองไทยที่ทุกอย่างสามารถเอามาแทนค่าได้หมดจนน่าขนลุก ช่วงที่สองคือการชิงไหวชิงพริบระหว่างตัวละครทั้งสองที่เล่นกันทั้งบนโต๊ะและใต้โต๊ะ เป็นการต่อสู้ระหว่างพล