Books

 

หนังอาร์ตไม่ได้มาเพราะโชคช่วย: ว่าด้วยการขึ้นมาเป็นศิลปะของภาพยนต์ในสังคมบริโภค (ธนา วงศ์ญาณณาเวช / 149 หน้า/ สำนักพิมพ์ Unifinished Project/ 2551) - 5/5

   หนังสือที่พูดถึงความเป็นมาของภาพยนต์และการขึ้นมาเป็นศิลปะแขนงที่ 7 ของโลกด้วยการพาเรามองย้อนกลับไปถึงความเป็นมาของภาพยนต์ทั้งในอเมริกาและยุโรปโดยใช้บริบทของสังคม การเมือง ในช่วงก้าวผ่านของภาพยนต์มาเป็นตัววิเคราะห์ว่าเหตุใดสิ่งที่เป็นแค่ภาพเคลื่อนไหวที่ซึ่งคนบางกลุ่มเชื่อว่ามันคือตัวแทนแห่ง "ความจริง" , บางกลุ่มกลับใช้พลังแห่งภาพเคลื่อนไหวไปกับการโฆษณา(ในยุคสงคราม) แต่กับบางกลุ่มมองมันเป็นเพียงแค่สินค้าที่มีไว้ซื้อขายเท่านั้น จึุงสามารถกลายมาเป็นศิลปะได้ แม้ว่าจริงๆแล้วคำว่า "ศิลปะ" ก็เป็นหนึ่งในคุณสมบัิติที่สามารถขายได้อยู่ดีโดยเฉพาะกับนักวิจารณ์...เป็นหนังสือบทวิเคราะห์ภาพยนต์ที่น่าสนใจเล่มหนึ่งและอยากแนะนำครับ

 

แกะรอย แกะดาว A Wild Sheep Chase (ฮารูกิ มูราคามิ เขียน/ นพดล เวชสวัสดิ์ แปล/ 336 หน้า / สำนักพิมพ์กำมะหยี่ / 2551) - 4/5

    ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงทำให้การอ่านหนังสือเล่มนี้ต้องใช้เวลายาวนานเกินปกติล่ำไป รอบแรกอ่านไปครึ่งเล่มพ่อก็มาเสียไปซะก่อนทำให้ต้องยุ่งกับงานอื่นๆจนลืมหนังสือเล่มนี้ไปเลย มาอ่านรอบสองก็มีเหตุให้ต้องอ่านแบบค้างๆคาๆกว่าจะอ่านจบได้ใ้ช้เวลาพอดูจนทำให้สิ่งที่ควรจะได้รับขาดวิ่นหายไป แต่สิ่งที่บอกได้อย่างหนึ่งคือมันเป็นหนังสือที่ที่ประหลาดดี มูราคามิพาเราเดินทางไปกับตัวละครด้วยความซีเรียสขึงขัง แต่ในรายละเอียดกลับเต็มไปด้วยความพิศดารทั้งสาวหูสวย, ลึงค์ปลาวาฬรวมไปถึงแกะดาวปริศนาผู้เปิดเผยความโง่เง่าบ้าบอของมนุษย์ อ่านแล้วเพลินแต่จบแล้วเศร้าแปลกๆ

 

ที่โรงภาพยนต์ไกลบ้านคุณ (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ 233 หน้า/ สำนักพิมพื เดย์ โพเอทส์ / 2551) - 3/5

    เอามาอ่านชิมรสให้คุ้นชินก่อนอ่าน "ฮ่องกงกึ่งสำเร็จรูป" ของนวพล สิ่งที่รู้สึกได้อย่างหนึ่งตั้งแต่ได้อ่าน "ไทยจัง" คือการมองเห็นอะไรที่คนเขามักไม่เห็นกัน การชมชอบอะไรที่คนเขาเฉยๆกัน แต่สำหรับเล่มนี้มันยังร่วมการแสดงออกถึงความบ้าหนังอย่างน่ารักน่าชังเข้าไปด้วย จริงอยู่ที่มันอาจไม่ใช่หนังสือหนังหรือหนังสือท่องเที่ยวซะทีเดียว แต่มันเป็นบันทึกการเดินทางเสียมากกว่า แต่กระนั้นมันก็ทำให้เราสนุกกับความคิดแปลกๆที่กลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือให้เราอ่านกัน เพียงแต่น่าเสียดายอยู่อย่างที่ภาพประกอบนั้นน้อยไปหน่อย (จากปัญหาที่ไม่อาจคาดได้) มิเช่นนั้นเราคงได้ซึมซับและร่วมเดินทางไปกับเต๋อได้สมูสขึ้นอีก 38% Kiss

 

ฮ่องกงกึ่งสำเร็จรูป (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์/ 348 หน้า/ สำนักพิมพ์ A Book / 2553) - 3.5/5

    "มันกึ่งสำเร็จรูปจริงๆ" นี่เป็นคำอุทานที่หลุดออกมาเมื่ออ่านมันจบลงและถือว่าเป็นคำชมนะ แม้ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้ระบุตำแหน่งที่ทางอะไรที่ชัดเจนนักอันสามารถนำติดตัวไปท่องเที่ยวได้เลย แต่เมื่อคิดอีกแง่การบอกไว้แค่นี้มันก็น่าสนุกที่เราจะได้ไปค้นพบมันด้วยตัวของเราเองเมื่อมีโอกาส (ในกรณีมีเวลาเหลืออะนะ) เต๋อยังคงมอบความหรรษาให้กับผู้อ่านและแสดงถึงความบ้าหนังที่มากขึ้นกว่าเล่มก่อนมากนัก และแน่นอนในเดือนนี้เราจะเอาหนังสือเล่มนี้ติดตัวไปด้วยซึ่งคาดว่าจะได้ไปซักที่ๆหนังสือเล่มนี้กล่าวถึง อนึ่งการอุทิศหนังสือเล่มนี้แด่ "เฟย์ หว่อง" นั้นมันทั้งจี๊ดและน่าหมั่นไส้ไปในที 555 Cry


มนุษย์หมาป่า The Refugee (Jane Rice เขียน/ แดนอรัญ แสงทอง แปล/ 47 หน้า/ สำนักพิมพ์หนึ่ง/ 2552) - 5+++/5

    ชอบการแปลของแดนอรัญ แสงทองมากๆ มันทั้งสละสลวย, ลื่นไหลและเก๋ไก๋ไปในที จนอยากเขกกระโหลกตัวเองที่ดองหนังสือของเขาไว้เสียนาน เชื่อว่าผู้แปลเป็นส่วนสำคัญหนึ่งที่ทำให้เรื่องสั้นนี้อ่านเพลินและสนุกมากๆแม้ว่ามันจะถูกแต่งมาตั้งแต่ปี 1943 เป็นเรื่องสั้นที่ขับเน้นบรรยากาศช่วงเวลาของสงครามโลกครั้งที่สองอันแสดงถึงภาวะขาดแคลนได้อย่างเห็นภาพ เสริมเติมแต่งด้วยตัวละครอันมีสีสรรในเรื่องราวสยองขวัญสุดวาบหวามที่เหนือชั้นด้วยการไม่จำเป็นต้องสร้างความชัดเจนใดๆแก่ปริศนาของเรื่องราวเลย แถมจุดหักที่สามารถแตกประเด็นความคิดได้หลายหลากนั้น ทำให้เรื่องสั้นนี้อ่านสนุกและเพลินเพลิดยิ่งนัก

 

กาจับโลง (Sadeq Hedayat, Danilo Kiš เขียน/ แดนอรัญ แสงทอง, ธิติยา ชีรานนท์ แปล/ 85 หน้า / สำนักพิมพ์ดวงกมลฟิล์มเฮ้าส์ (ฟิล์มไวรัส)/ 2552) - 3/5

เลือดสามหยาด: อ่านแล้วเหมือนตัวเองมีปัญหาทางจิตไปเสียเอง ผู้เขียนเหนือชั้นมากในการสร้างโลกของคนหลายบุคลิกที่ลื่นไหลและทำให้ลอยเท้งเต้งเมื่ออ่านไปจนสุดทางที่ตัวอักษรสุดท้าย แง่หนึ่งมันให้ความรู้สึำกมึนงงสับสนและเจ็บปวด แต่ในอีกแง่คงต้องอ่านอีกซักรอบเพื่อไปให้ถึงสารเบื้องลึกที่(เชื่อว่า)แฝงไว้มากมาย

สารานุกรมชีวิตผู้ตาย: จริงอยู่ที่มันอาจเป็นแค่เรื่องเล่าของชีวิตชายผู้หนึ่ง แต่หากคิดให้ลึกกว่าันั้นเราพบว่ามันคือสารานุกรมที่รวมรวมทุกสิ่งอย่างของมนุษย์เข้าไปหมดแล้วด้วยหน้ากระดาษเพียงไม่กี่หน้า ทั้งอารมณ์ความรู้สึก, สภาพทางกายภาพ, ภาวะทั้งหลายแห่งช่วงชีวิตรวมไปถึงบั้นปลายที่ทุกคนต้องพบเจอ อ่านแล้วอินกับตัวละครแม้ว่าจะมีคำเฉพาะและเชิงอรรถมากมายเต็มไปหมดก็ตาม

 

ปล. เอ็นทรี่นี้คงลากยาวถึงหลังวันที่ 20 ต.ค. นู่นเลยครับด้วยภารกิจที่่ฮ่องกงและจีน (ซึ่งปกติก็ลากยาวอยู่แล้ว Foot in mouth)